ผู้ผลิตส่วนใหญ่ได้กำหนดและวางแผนกลยุทธ์การจัดการด้านความยั่งยืนในการดำเนินงานต่างๆ ภายหลังการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการหยุดชะงักในธุรกิจและเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้หลายโรงงานที่ทำหน้าที่คัดแยกและรีไซเคิลถูกปิดลง เนื่องมาจากกฎระเบียบของรัฐบาล และการปฏิบัติตามประสิทธิภาพทรัพยากร
อย่างไรก็ดีผู้บริโภคยังคงซื้อสินค้าที่ให้ความสำคัญกับการรักษาความยั่งยืนและสนับสนุนแบรนด์มีเป้าหมายเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน ซึ่งการวิจัยด้านความยั่งยืนล่าสุด โดย NYU Stern Center for Sustainable Business พบว่าผลิตภัณฑ์ที่มีเป้าหมายเช่นนี้มียอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะมีการระบาดของ COVID-19 ก็ตาม และจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคหลายรายตระหนักถึง “การทำในสิ่งที่ถูกต้อง” เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ในทางกลับกันสำหรับบริษัทที่ไม่ดำเนินกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนก็อาจต้องคำนึงถึงกลยุทธ์นี้กันมากยิ่งขึ้น แรงกดดันจากผู้บริโภคนี้หมายความว่า ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จำเป็นต้องรักษาเป้าหมายด้านความยั่งยืน และวางแผนเพื่อความอยู่รอดจากการหยุดชะงัก ให้สามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในวันพรุ่งนี้และอนาคต
ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเป็นการแสดงของผู้ผลิตรายเดียว สามารถแบ่งปันและพัฒนาผ่านการเป็นพันธมิตรกับสมาคมด้านสิ่งแวดล้อมและการรีไซเคิล เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของโลก และลดความแปรปรวนของทรัพยากรรีไซเคิลที่รวมอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน
การเปลี่ยนจากกระบวนการแบบดั้งเดิมไปสู่การจัดการองค์กรแบบปรับตัวได้ ( Adaptive Enterprise Management)
ผู้ผลิตด้านบรรจุภัณฑ์ได้มุ่งเน้นการดำเนินการผลิตด้วยการรักษาความยั่งยืนแบบ 5Rs เช่น การลดปริมาณวัสดุ การรีไซเคิล การนำกลับมาใช้ใหม่ การออกแบบโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น และบางสูตรก็ใช้วัตถุดิบน้อยลง ส่งผลให้ผู้ผลิตสามารถลดปริมาณการผลิตก๊าซเรือนกระจกในการผลิตได้ด้วยการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนมากขึ้น รวมไปถึงการใช้พลังงานที่น้อยลง
ที่มา: สมาคมเทคโนโลยีการบรรจุและการแปรรูป (PMMI)
อย่างไรก็ตามผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาจต้องมีการปรับปรุงดำเนินการมากกว่านี้ เนื่องจากกระบวนการและระบบแบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดด้านความสามารถของผู้ผลิต ในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงและความต้องการที่รวดเร็ว ดังนั้นเพื่อการก้าวสู่การเป็นองค์กรการผลิตที่ปรับตัวได้ ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ แบบเรียลไทม์ การสร้างสรรค์นวัตกรรม และความคล่องตัวจะช่วยให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์สามารถตอบสนองต่อการหยุดชะงัก ความต้องการที่เพิ่มขึ้น และความท้าทายของอุตสาหกรรมในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว โดยการพัฒนาแนวทางขององค์กรทั่วทั้งองค์กรจะช่วยสร้างแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในการดำเนินงานการผลิต การลดต้นทุนและทรัพยากร รวมทั้งการสร้างโปรแกรมความยั่งยืนที่ถูกยอมรับโดยลูกค้าและผู้บริโภค
การปรับปรุงอย่างยั่งยืนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์
ความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานไปสู่แนวทางใหม่ๆ เพื่อการปรับปรุงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งระบบที่มีความยืดหยุ่นจะสามารถช่วยให้องค์กรปรับตัวและรักษาความยั่งยืนทางธุรกิจในหลายด้าน ได้แก่:
ถึงเวลาแล้วที่ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จะต้องดำเนินการอย่างยั่งยืน
ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ยังคงต้องพยายามปรับปรุงและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพื่อขยายการดำเนินงานด้านการผลิตด้วยแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนแบบบูรณาการและกระบวนการที่คล่องตัวที่สามารถปรับเปลี่ยนได้มากขึ้น นอกจากนี้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ยังสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน เพื่อออกแบบธุรกิจและกระบวนการใหม่ที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับทุกคนในอนาคต
สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ERP Software ได้ที่ โทร. 02 202 9363 หรืออีเมล์ [email protected]
ผู้เขียน
Acyr Borges เป็นรองประธานฝ่ายบรรจุภัณฑ์ของ QAD เขามีประสบการณ์การทำงานกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ใน บริษัท Serac Inc. และมีส่วนช่วยขยายตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่สำคัญ อีกทั้งความสามารถที่ Henkel Adhesives ซึ่งเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และทำงานในองค์กรการค้าหลายแห่งรวมถึง IDFA และ PMMI
แหล่งที่มา https://www.qad.com/blog/2020/08/keeping-sustainability-at-the-forefront-of-packaging-manufacturing