IT Budgets Analysis Predicts Even Faster Move to the Cloud

การวิเคราะห์งบประมาณด้านไอที สำหรับการย้ายไปยังคลาวด์

การวิเคราะห์งบประมาณด้านไอที สำหรับการย้ายไปยังคลาวด์

ไม่ว่าคุณจะยังคงใช้โซลูชัน ERP ระบบเดิมที่ใช้อยู่ หรือกำลังมองหาระบบใหม่ การตัดสินใจที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่คุณสามารถทำได้คือ เลือกใช้โซลูชันบบระบบคลาวด์ หรือระบบภายในองค์กร เพื่อช่วยในการตัดสินใจ เรามาดูแนวโน้มค่าใช้จ่ายและค้นหาสาเหตุ ว่าทำไมต้องมีการจัดลำดับในการปรับเปลี่ยนรูปแบบ

วิเคราะห์ค่าใช้จ่ายด้านไอทีสำหรับปี 2022

จากรายงานการวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่โดย Spiceworks Ziff Davis ธุรกิจส่วนใหญ่ (53%) คาดว่างบประมาณด้านไอทีจะเติบโตในปี 2022 และ 72% ของบริษัทผู้ผลิตและค้าปลีกคาดว่ารายรับจะเพิ่มขึ้นในระหว่างปี ข้อมูลที่น่าสนใจกล่าวว่า การปรับเปลี่ยนด้านไอทีขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กร 63 - 65% ขององค์กรที่มีพนักงาน 500 คนขึ้นไปคาดว่าน่าจะเพิ่มงบประมาณด้านไอที ในขณะที่เพียง 45% ของบริษัทขนาดเล็ก ที่มีแผนดังกล่าว มาดูกันว่าพวกเขาวางแผนจัดสรรงบประมาณอย่างไร

 

ลำดับความสำคัญของโครงการด้านไอที

ตามรายงานล่าสุด หนึ่งในตัวขับเคลื่อนอันดับต้น ๆ ของการลงทุนด้านไอทีในปี 2020 คือ 49% ให้ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีด้านไอที, 47% ความจำเป็นในการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที และตามด้วย 44% คือความกังวลด้านความปลอดภัยที่ต้องมีมากขึ้น

 

ในบรรดาบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 500 คน ลำดับความสำคัญของโครงการด้านไอทีและข้อกังวลด้านความปลอดภัยยังคงเป็นข้อกังวลหลัก แต่การอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัยนั้นมีความสำคัญน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ในบรรดาบริษัทที่มีพนักงาน 100 - 499 คน 58% ระบุว่าจำเป็นต้องอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที นี่หมายความว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่ตอบแบบสำรวจ ได้มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีไปแล้ว โดยทิ้งคู่แข่งรายเล็กไว้เบื้องหลัง

 

ฮาร์ดแวร์

บริษัทต่างๆ ยังคงใช้งบประมาณด้านไอทีประมาณ 30 - 44% ในการอัปเกรดและบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์ ที่น่าสนใจคือ บริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 500 คนคาดว่าจะใช้งบประมาณเพียง 27% ของงบประมาณไปกับฮาร์ดแวร์ ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกเขาได้หันไปใช้ระบบคลาวด์มากขึ้น บริษัทที่มีพนักงาน 100 - 499 คนจะใช้ค่าใช้จ่ายกับฮาร์ดแวร์มากที่สุดที่ 33% ของงบประมาณ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทขนาดเล็กวางแผนที่จะใช้จ่าย 21% ของงบประมาณในแล็ปท็อปและ 19% บนเดสก์ท็อป ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อรวมแล้วเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูง สำหรับการใช้งานของพนักงานที่ต้องใช้งานประจำสถานที่ ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่วางแผนที่จะใช้จ่าย 12% บนเดสก์ท็อป ในขณะที่จัดสรรส่วนแบ่งงบประมาณที่มากขึ้นให้กับอุปกรณ์พกพา Network  และการอัปเกรดความปลอดภัย ซึ่งแน่นอนว่ารูปแบบการทำงาน จะอยู่ที่ใดก็ได้เมื่อข้อมูลอยู่บนระบบคลาวด์

 

คลาวด์และการจัดการด้านบริการ

ในปี 2022 งบประมาณด้านไอที 21% สำหรับผู้ตอบแบบสอบถามรายใหญ่ จะเน้นไปที่การบริหารจัดการด้านการให้บริการ ในขณะที่งบประมาณของบริษัทขนาดเล็กกว่า 14% จะถูกใช้ไปไปกับการใช้งานบนฮาดแวร์

 

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ที่มีการจำลองเสมือนจริง

ตามรายงาน ส่วนแบ่งของงบประมาณที่จัดสรรให้กับเวอร์ชวลไลเซชั่น (virtualization) และระบบปฏิบัติการ ลดลงตั้งแต่ปี 2020 แต่เช่นเดียวกับการใช้จ่ายในด้านอื่นๆ การเปลี่ยนแปลงจะแตกต่างกันไปตามขนาดของบริษัท

 

ในบรรดาบริษัทขนาดใหญ่ ระบบปฏิบัติการจะใช้เงินประมาณ 11% ของงบประมาณ ขณะที่คิดเป็น 13% ของงบประมาณสำหรับผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็น บริษัทขนาดเล็ก ซอฟต์แวร์เวอร์ชวลไลเซชั่น ยังแตกต่างกันไปตามขนาดของบริษัท โดยผู้ตอบแบบสอบถามรายใหญ่ ให้ความสำคัญกับเวอร์ชวลไลเซชั่น 8% และบริษัทขนาดเล็กต้องการ 10%

 

ความแตกต่างนี้บ่งบอกว่าบริษัทขนาดใหญ่กำลังเปลี่ยนไปใช้ระบบบนคลาวด์ได้เร็วกว่าบริษัทขนาดเล็ก แม้ว่าความแตกต่างของคะแนนเปอร์เซ็นต์โดยรวมสำหรับการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้จะดูเล็กน้อย แต่การใช้จ่ายจริงนั้นยิ่งใหญ่กว่ามาก เมื่อพิจารณาจากขนาดที่เกี่ยวข้องของงบประมาณด้านไอที และสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ทำให้พวกเขาล้าหลังมากขึ้นในด้านความสามารถในการอัปเกรดและปรับปรุงระบบธุรกิจของตนให้ทันสมัยโดยการย้ายไปยังระบบคลาวด์

 

บริการที่มีการจัดการและบริการบนคลาวด์

ผู้ตอบแบบสอบถามรายใหญ่วางแผนที่จะใช้งบประมาณส่วนใหญ่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำระบบคลาวด์ไปใช้ ตัวอย่างเช่น:

  • บริการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน 7% ของบริษัทขนาดใหญ่ เทียบกับ 6% สำหรับบริษัทขนาดเล็ก
  • ความปลอดภัย 7% ของบริษัทขนาดใหญ่ เทียบกับ 5-6% สำหรับบริษัทขนาดเล็ก
  • การจัดการไอที 6% ของบริษัทขนาดใหญ่ เทียบกับ 5% สำหรับบริษัทขนาดเล็ก

แม้ว่าเปอร์เซ็นต์ความแตกต่างจะน้อย แต่การใช้จ่ายจริง ก็เยอะกว่ามาก แต่ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสำคัญที่สุดคือบริษัทขนาดใหญ่กำลังนำระบบคลาวด์และโซลูชันด้านบริการที่มีการจัดการ  มาใช้ได้เร็วกว่าบริษัทขนาดเล็ก ทำให้องค์กรขนาดเล็กและขนาดกลางเสียเปรียบในด้านความคล่องตัวและการปรับตัว เพื่อแข่งขันในตลาด

 

การนำ ERP มาใช้บนระบบคลาวด์

ในขณะที่ส่วนแบ่งของงบประมาณด้านไอทีเปลี่ยนไปใช้โซลูชันระดับองค์กรบนระบบคลาวด์ บริษัทต่างๆ จะพึ่งพาความสามารถในการปรับตัวเข้ากับธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานอย่างรวดเร็วมากขึ้น บริษัทเหล่านั้นที่พึ่งพาโซลูชัน ERP แบบเดิม  จะพบว่าการปรับเปลี่ยนนั้นยาก และค่าใช้จ่ายในระยะยาวกลับมีราคาแพงขึ้น

 

เป็นเรื่องสมเหตุสมผลสำหรับบริษัททุกขนาดที่จะย้ายระบบ ERP ไปไว้บนคลาวด์ เนื่องจากจะสามารถลดต้นทุนในระยะยาวได้แล้วนั้น เรื่องการบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์รุ่นเก่าก็จะหมดไป ด้วยโซลูชัน ERP ที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น QAD Adaptive ERP บนระบบคลาวด์ มีความสามารถในตัว บนแพลตฟอร์มขั้นสูงซึ่งจะสร้างประสิทธิภาพให้กับองค์กรเพื่อพร้อมแข่งขันในตลาด

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อดีของโซลูชัน Adaptive ERP ที่ปรับเปลี่ยนได้ในระบบคลาวด์

แหล่งที่มา

https://www.qad.com/blog/2022/02/it-budgets-analysis-predicts-even-faster-move-to-the-cloud

ผู้เขียน

 Kristin Poulton เป็นสมาชิกทีมการตลาดของ QAD มีหน้าที่รับผิดชอบในกรณีศึกษาของลูกค้าที่ QAD ให้การดูแลอยู่ รวมไปถึงดูแลเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียและ คอนเทนต์ต่างๆ ในเว็บไซต์