Digital Transformation: Beating Disruption in the Cloud

การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล: คลาวด์คือตัวช่วยจากการถูกดิสรัป

การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล: คลาวด์คือตัวช่วยจากการถูกดิสรัป

 

บริษัทที่เป็นแบบ B2B มีการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลมาหลายปีแล้ว แต่หลายธุรกิจอาจไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก หรืออาจจะยังลังเลต่อการนำดิจิดัลมาใช้งาน นักวิเคราะห์กล่าวว่าธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องย้ายการใช้งานจากอุปกรณ์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไปอยู่บนระบบคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ทั้งนี้ หลายองค์กรอาจมีความกังวลในแง่ของขั้นตอนการอัปเกรด การใช้งาน และค่าใช้จ่าย

คุณอาจจะลองคิดดู ว่า หากในธุรกิจมีการหยุดชะงักเกิดขึ้นเรื่อยๆ และมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าจะเป็น โควิด-19, ปัญหาซัพพลายเชน, การเปลี่ยนแปลงของกำลังคน แล้วบริษัทของคุณต้องเตรียมแผนในการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจแล้วหรือยัง บางองค์กรอาจจะมีการปรับขนาดของโครงสร้าง ลดต้นทุน บางองค์กรต้องเร่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง เปลี่ยนไปใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายที่แตกต่างกัน หรือการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้

ปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงด้วย Adaptive ERP 

ระบบ ERP ภายในองค์กรของคุณอาจไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ทั้งหมด ที่องค์กรของคุณดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และเมื่อระบบที่ใช้งานมานาน ไม่สอดคล้องกับกระบวนการทางอุตสาหกรรมอีกต่อไป จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพที่ลดลง การเกิดปัญหา และการผิดพลาดก็อาจมากขึ้นเช่นกัน ผลกระทบไม่ว่าจะเป็น คุณภาพของข้อมูล และข้อมูลใหม่ๆที่เพิ่มมากขึ้น อาจ มีพื้นที่เก็บไม่เพียงพอ  ดังนั้นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการรองรับการตัดสินใจทางธุรกิจที่สำคัญอาจมีข้อบกพร่อง หรือไม่พร้อมใช้งาน ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนที่สูงขึ้น และประสิทธิภาพการทำงานลดลง ในที่สุดก่อให้เกิดผลกระทบในการแข่งขันทางธุรกิจ

ระบบ ERP ที่ปรับเปลี่ยนได้ในระบบคลาวด์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ยืดหยุ่นตามการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีในหลายระดับ:

1.ตามการใช้งานของแต่ละบุคคล – ผู้ใช้ในปัจจุบันต้องการความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานกับกระบวนการ และการแสดงผล การจัดวางฟิลด์ที่จำเป็นในแบบฟอร์ม รวมทั้งเรื่องของภาษา ซึ่งทั้งหมดนี้ ERP ที่สามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนจะทำให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น

 

2.ตามบทบาท – ในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพที่มากขึ้น ERP ที่มีความยืดหยุ่นจะให้บริการหลายตัวเลือก เช่น แบบฟอร์มการป้อนคำสั่งด่วนสำหรับคำสั่งพื้นฐาน และแบบขยายสำหรับรายการที่ซับซ้อนมากขึ้น สามารถนำเสนอเฉพาะรายการเมนูที่จำเป็นสำหรับบทบาทหรือ สามารถซ่อนข้อมูลที่ไม่จำเป็น

 

3.ตามกระบวนการ – การปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นส่วนสำคัญของการรักษาประสิทธิภาพการทำงาน โครงสร้าง ERP ที่ปรับเปลี่ยนได้มากขึ้นสามารถทำให้มองเห็นทุกมุมของกระบวนการ เพื่อให้พนักงานทุกคนทั้งใหม่และผู้ที่มีประสบการณ์อยู่แล้วสามารถเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ง่าย

 

4.ตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด– อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่การกำหนดมาตรฐานทำให้เกิดความยืดหยุ่นเมื่อรูปแบบธุรกิจเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง การเริ่มต้นจากกฎเกณฑ์แนวปฎิบัติที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าดี จะทำให้การทำงานสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรม และจะช่วยให้องค์กรมีกระบวนการทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

5.ตามความสามารถที่สร้างขึ้นตามวัตถุประสงค์สำหรับผู้ผลิต – ERP ที่เน้นด้านการผลิตควรสามารถรองรับกระบวนการผลิตได้อย่างแท้จริง การปรับใช้โมเดลธุรกิจใหม่เพื่อช่วยในการรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อกระบวนการที่ถูกดิสรัป จะช่วยให้คุณไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง

 

6.ตามความต้องการเฉพาะทาง – ERP ที่มีอายุการใช้งานมายาวนานและมีการปรับแต่งมากเกินไป จะทำให้การอัปเกรดสู่เวอร์ชันใหม่ๆเป็นเรื่องยาก และไม่มีประสิทธิภาพพอ

แพลตฟอร์ม ERP ที่ทันสมัยและคล่องตัว สามารถทำให้ธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในรูปแบบ  no code / low code extensions เพื่อสนับสนุนความสามารถหลักของ ERP ด้วย ERP บนคลาวด์ที่เหมาะสม ความสามารถพื้นฐานทั้งหมดมีอยู่ ส่วนขยายนี้สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติบนรูปแบบการรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่ สร้างขึ้นในระบบเมนูตามบทบาทการใช้งาน ช่วยให้ประสบการณ์ผู้ใช้ดีขึ้น และใช้ประโยชน์จากความสามารถในการวิเคราะห์ การสืบค้น และการรายงานแบบเดียวกันกับที่ระบบหลักมีให้ โดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยประหยัดเวลา ลดการพัฒนา  การบำรุงรักษาน้อยลง ในขณะที่การปรับใช้งานง่ายขึ้นและง่ายต่อการเรียนรู้ความสามารถที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งช่วยในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

ยกระดับธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโต ด้วย QAD Adaptive ERP

การเติบโตที่มาพร้อมกับความสำเร็จนำมาซึ่งความซับซ้อน ธุรกิจจำเป็นจะต้องมีความยืดหยุ่นในการขยายขนาดเพื่อรองรับการปรับตัวและการปฏิบัติตามข้อกำหนดในระดับสากล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถในตัวของ ERP ที่ปรับเปลี่ยนได้ บนระบบคลาวด์จะช่วยให้ผู้ผลิตสร้างประสิทธิผลได้ดีขึ้น

 

QAD สนับสนุนความคิดริเริ่มในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น ERP แบบยืดหยุ่นคือสิ่งที่ธุรกิจต้องการในขณะนี้ สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ QAD เรามีโปรแกรมที่ชื่อว่า ELEVATE ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยให้ลูกค้าอัปเกรดการใช้งาน ERP ไปบังระบบคลาวด์ ได้ง่ายกว่าและคล่องตัวกว่า ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำ สำหรับลูกค้าที่ใช้งาน QAD ในเวอร์ชันเดิมอยู่ การอัปเกรดจาก ERP แบบ On premise เป็น QAD Adaptive ERP บนระบบคลาวด์ จะช่วยเตรียมพร้อมให้กับลูกค้าในการปรับตัวทางดิจิทัล และด้วยกระบวนการอัปเกรดที่ง่ายขึ้น ทำได้เร็วขึ้นและด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และสำหรับลูกค้าใหม่ที่สนใจติดตั้ง ERP การใช้งาน QAD Adaptive ERP บนระบบคลาวด์ จะช่วยให้องค์กรทำงานได้อย่างลื่นไหลและมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่ผู้บริหารสามารถมอนิเตอร์ได้ผ่านแดชบอร์ด

 

อะไรที่จะเป็นสาเหตุของการหยุดชะงักในอุตสาหกรรมผลิตที่ผู้ผลิตต้องเผชิญ มันยากที่จะบอก เพราะอนาคตไม่แน่นอน ดังนั้น จะดีกว่าหรือไม่ ที่ธุรกิจของคุณจะเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า และปรับตัวให้เข้ากับการหยุดชะงักได้อย่างรวดเร็ว

 

ดูรายละเอียดของ เพิ่มเติมได้ที่ ได้ที่ https://www.qad.com/th-TH


 

ผู้เขียน

Bas van Nistelrooij

Bas van Nistelrooij เป็นรองประธานฝ่ายการตลาดด้านโซลูชันของ QAD นำทีมที่รับผิดชอบด้านการตลาดอุตสาหกรรมและกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ เขาช่วยให้องค์กรการผลิตรับรู้และส่งมอบคุณค่าจากแนวทางปฏิบัติและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมานานกว่า 30 ปีในบทบาทในการให้บริการด้านการปรับใช้และการให้คำปรึกษาก่อนการขาย  Bas จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมเครื่องกลและได้รับการรับรอง APICS ใน CIRM, CPIM และ CSCP 

 

ที่มา

https://www.qad.com/blog/2022/10/digital-transformation-beating-disruption-in-the-cloud

ติดต่อ QAD โทร 02-202 9363

หรือกรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ : กรอกข้อมูล