ในปัจจุบันมีธุรกิจหลายแห่งที่ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในทางกลับกัน ก็มีอีกหลายธุรกิจที่ประสบปัญหาในการดำเนินงาน อันเนื่องมาจากระบบที่ใช้ในธุรกิจ อาจไม่ตอบโจทย์อย่างที่คาดไว้ ทำให้บริษัทไม่สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับบริษัท Spindex Industries ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1981 ซึ่งเป็นบริษัทจัดหาชิ้นส่วนทางวิศวกรรมให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องใช้อุปโภคบริโภค และปัจจุบันได้ขยายกิจการ เพื่อดำเนินการผลิตในเอเชียถึง 4 แห่งด้วยกัน จนมีพนักงานมากกว่า 1,600 คน
จะเห็นได้ว่าการขยายกิจการขององค์กรเช่นนี้ อาจต้องรับมือกับความท้าทายมากมาย สิ่งสำคัญก็คือ ระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) แบบดั้งเดิมไม่สามารถรองรับความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้ รวมถึงระบบนั้นถูกปรับแต่งหลายส่วนเพื่อการใช้งานตามแผนกต่างๆภายในองค์กร แต่ไม่ได้รับการพัฒนาหรืออัพเกรดอย่างถูกต้องตามขั้นตอน อีกทั้งยังขาดฟังก์ชั่นการทำงานที่ทันสมัยและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและอนาคต (Digital Transformation)
ปัญหาที่เกิดขึ้น องค์กรจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนการผลิตที่ดีกว่าเดิม
ลูกค้าของ Spindex หลายราย มั่นใจในความสามารถในการออกแบบโซลูชั่นที่มีความแม่นยำ มีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ การตอบสนองลูกค้าที่รวดเร็ว รวมไปถึงประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าไปยังปลายทาง
Spindex ยอมรับว่าระบบ ERP แบบเดิมไม่สามารถช่วยให้การดำเนินธุรกิจบรรลุตามข้อกำหนดและข้อปฏิบัติได้ดีเท่าที่ควร ดังนั้นการอัพเกรดและการวางแผนการผลิตจะช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยในการวางแผนการผลิต ลดต้นทุน และปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดส่งได้ดียิ่งขึ้น
การประเมินธุรกิจทั้งหมด และการทำความเข้าใจกับสิ่งที่จำเป็น
นอกเหนือจากการเลือกความสามารถในระบบ ERP โดยตรงแล้ว สิ่งหนึ่งที่ฝ่ายบริหารของ Spindex ได้ทำก็คือ การตัดสินใจว่าควรจะประเมินการทำงานของซอฟต์แวร์ทั้งระบบ (Software Ecosystem) ก่อนที่จะตัดสินใจเลือก ERP ซึ่งเมื่อ Spindex ได้ใช้เทคโนโลยีที่ชื่อว่า Q-Scan ของ QAD ที่ใช้ในการตรวจสอบและวิเคราะห์ธุรกิจทั้งหมดขององค์กร ก็ทำให้สามารถระบุเป้าหมาย ปัญหา และค้นหาวิธีที่จะปรับปรุงธุรกิจของตนได้
โดยข้อสรุปหลักของ Spindex คือ การพัฒนาวิธีการดำเนินการทางธุรกิจตลอดเวลา รวมถึงใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดที่แตกต่างกันออกไป เพื่อเรียนรู้ว่าซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่เหนือกว่าระบบ ERP รุ่นก่อนๆ ดีกว่าอย่างไร อย่างไรก็ตาม Spindex กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจที่ทีมงาน QAD เข้าใจธุรกิจได้เป็นอย่างดี” นอกจากนี้ มิสเตอร์ Nicholas Tan กรรมการผู้จัดการ ก็ให้ความเห็นว่า “ QAD สามารถทำความเข้าใจธุรกิจของเรา และแสดงให้เราเห็นว่าซอฟต์แวร์ QAD ERP จะสามารถช่วยองค์กรพัฒนาและปรับปรุงได้อย่างไร”
การดำเนินการตามขั้นตอน
ด้วยความประทับใจที่ทีมงาน QAD เข้าใจประเด็นปัญหาได้เป็นอย่างดี ทำให้ Spindex ตัดสินใจเลือกโซลูชั่น QAD ERP เพื่อก้าวไปข้างหน้า โดยสามารถช่วยปรับปรุงระบบให้องค์กรมีความสอดคล้องกันระหว่างไซต์การผลิตทั้ง 4 แห่ง และ QAD ยังแนะนำให้ใช้ขั้นตอนการดำเนินการแบบแบ่งขั้นตอน โดยเริ่มต้นด้วยการนำโมเดลหลักไปใช้กับโรงงานในมาเลเซียและสิงคโปร์ ตามด้วยเวียดนามและสุดท้ายคือโรงงานในประเทศจีนทั้ง 2 แห่ง
ขั้นตอนสำคัญคือ การนำโมดูล Bill of Material (BoM) ที่ปรับปรุงใหม่มาพัฒนา เพื่อช่วยปรับปรุงความถูกต้องของข้อมูล ด้านการจัดการสินค้าคงคลัง และการวิเคราะห์ต้นทุนได้ในทันที
สำหรับขั้นตอนในการอัพเกรดจะทำงานไปทีละขั้น เพื่อความสอดคล้องในกระบวนการ ซึ่งทั้งนี้ QAD ยังได้มีการจัดฝึกอบรมให้กับผู้ใช้งาน ได้ทราบเกี่ยวกับคุณลักษณะของระบบเพิ่มเติมอีกด้วย
โซลูชั่นการพัฒนาการเข้าถึงข้อมูลสินค้าคงคลังและการตรวจสอบย้อนกลับ
โซลูชั่น QAD ทำให้ Spindex สามารถมองเห็นและเข้าถึงข้อมูลภายในสินค้าคงคลังได้ดีขึ้นตลอดการดำเนินการผลิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของโรงงาน ทำให้พวกเขาสามารถปรับปรุงกระบวนการจัดการ การวางแผนในกระบวนการต่างๆ และระบุวันที่จัดส่งที่แม่นยำได้มากขึ้น ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของโครงการ โดย มิสเตอร์ Nicholas Tan กรรมการผู้จัดการ ยังได้กล่าวอีกว่า “ก่อนหน้านี้การดำเนินการผลิตของเราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลและมองเห็นการเคลื่อนไหวต่างๆในกระบวนการได้ มันเหมือนถูกปิดตา แต่ตอนนี้เราสามารถเห็นแต่ละกระบวนการ การทำงาน ซึ่งทำให้เราสามารถวางแผน คาดการณ์ และลดสินค้าคงคลังขององค์กรโดยรวมได้ดีขึ้นอย่างมาก”
ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถือเป็นฟังก์ชันใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน Spindex อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงการทำงาน ซึ่งระบบ QAD ทำให้องค์กรรู้ว่าวัสดุและชิ้นส่วนทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนใด ได้ทุกที่ทุกเวลา
ข้อดีประการสุดท้ายก็คือ ระบบใหม่ช่วยให้ Spindex รวบรวมระบบไอทีเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้องค์กรสามารถติดตั้งระบบ ได้ในพื้นที่ต่างๆ และสนับสนุนรูปแบบการดำเนินงานที่คล่องตัว รวมถึงการปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและชัดเจนมากยิ่งขึ้น
มาดูกันว่าองค์กรของคุณ มีความสามารถในการปรับตัวได้มากน้อยแค่ไหน เราขอเสนอแบบวิเคราะห์องค์กร Adaptive Manufacturing Enterprise Maturity Model Diagnostic ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์องค์กรเพื่อให้ผู้ผลิตลองประเมินองค์กรได้ฟรี www.qad.com/adaptive-manufacturing-enterprise/diagnostic เพื่อที่จะได้ทราบว่า จุดแข็งและจุดอ่อนในธุรกิจของตัวเองเป็นอย่างไร และวิธีการเพิ่มขีดความสามารถในการเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต้องทำอย่างไรเพื่อให้มีประสิทธิภาพ
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Spindex และประสบการณ์ในการทำงานกับ QAD สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Case study: Spindex
ผู้เขียน Kristin Poulton เป็นสมาชิกทีมการตลาดของ QAD มีหน้าที่รับผิดชอบในกรณีศึกษาของลูกค้าที่ QAD ให้การดูแลอยู่ รวมไปถึงดูแลเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียและ คอนเทนต์ต่างๆ ในเวปไซด์
แหล่งที่มา https://www.qad.com/blog/2020/11/spindex-is-building-their-adaptive-manufacturing-enterprise