Enterprise Effectiveness Challenges the Measure-to-Manage Myth

ความท้าทายในการจัดการประเมินประสิทธิผลของธุรกิจการผลิต

เรามักจะได้ยิน Dr. W. Edwards Deming วิศวกรชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมคุณภาพที่อยู่เบื้องหลังการจัดการคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management - TQM) พูดประโยคที่ว่า “คุณจะไม่สามารถจัดการกับสิ่งที่คุณไม่สามารถวัดผลได้” นั่นหมายถึง หากองค์กรไม่สามารถจัดการบริหารองค์กรได้ด้วยการใช้ข้อมูลอย่างถูกวิธี รวมไปถึงการนำข้อมูลมาใช้เพื่อประเมินและวัดผลของสิ่งต่างๆ อย่างแม่นยำ

ธุรกิจการผลิตหลายแห่งยังคงปฏิบัติตามมาตราฐานของ Overall Equipment Effectiveness (OEE) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานหลักของการวัดผลการดำเนินงาน (KPI) เพื่อจัดการกับความท้าทายของอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงเกิดปัญหาบางอย่างที่ผู้ผลิตจำเป็นต้องหาวิธีแก้ไข

ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อความอยู่รอดจากการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น การปรับแต่งที่ส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนของ SKU รวมถึงการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดต่างๆ

เมตริกแบบดั้งเดิมเช่น OEE ส่งผลต่อทั้งกำไรของ EBITDA เงินทุนหมุนเวียน และทำให้อัตรากำไรของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์หดตัวลง

เปลี่ยน “E” ใน OEE

แนวทางการแก้ไขก็คือ การเปลี่ยนจากการรักษาอุปกรณ์เครื่องมือให้มีประสิทธิภาพ (Overall Equipment Effectiveness) แบบเดิม ไปสู่การยกระดับประสิทธิผลขององค์กรการผลิตโดยรวม ซึ่งแนวคิดประสิทธิผลขององค์กรโดยรวม ( Overall Enterprise Effectiveness ) แบบใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงธุรกิจแบบปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ขั้นตอน และการเติบโตของ EBITDA

ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์สามารถปรับปรุงแนวคิด OEE แบบเก่าและแบบใหม่ได้ โดยการย้ายไปยังระบบการทำงานที่เชื่อมต่อกันทั้งธุรกิจ แนวทางใหม่นี้สามารถช่วยให้องค์กรเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลกับทั้งองค์กรเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจเชิงรุกในเวลาที่เหมาะสม

องค์กรการผลิตที่ปรับตัวได้จะมีความสามารถในการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อการหยุดชะงักที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นบรรทัดฐานในปัจจุบัน ทั้งองค์กรจะมีความสามารถในการการมองเห็นเข้าถึงข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งมีข้อมูลมากมายในการคาดการณ์และตัดสินใจก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ของธุรกิจ เช่นซัพพลายเชน และแผนกการบำรุงรักษา ดังนั้นการย้ายไปสู่แนวทางการทำงานร่วมกันทั่วทั้งองค์กรจะช่วยให้องค์กรประหยัดต้นทุนมากขึ้น

การย้ายจาก Siloed KPI ไปเป็น Enterprise KPI โดยรวม

เมตริก OEE แบบดั้งเดิมจะให้แต่ละแผนกวัดผลงานของตนเองด้วย KPI ของแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น ในสายการผลิตไม่จำเป็นต้องทำงานที่ประสิทธิภาพ 90% หากบริษัทสามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมาย หรือสามารถขายผลิตภัณฑ์ได้ในปริมาณมาก แต่ด้วยระบบการดำเนินงานที่ไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ระดับความสามารถในการทำกำไรที่ต่ำหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่แท้จริงของทั้งบริษัท ส่งผลให้มีประสิทธิผลต่ำกว่าที่คู่แข่งในตลาด

อย่างไรก็ดี KPI ยังคงถูกนำมาใช้วัดผลประสิทธิผลขององค์กรโดยรวม (OEE) ซึ่งจะช่วยให้องค์กรมีประสิทธิภาพและความสามารถในการดำเนินงานมากขึ้น อีกทั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยทำกำไรให้กับองค์กรได้อย่างคล่องตัวและยืดหยุ่นมากขึ้นตัวอย่างการทำงานของ KPI ขององค์กรที่ประสบความสำเร็จมีดังนี้:

ด้านการเงิน: ทีมงานทั้งหมดในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นทีมขาย ทีมการเงิน ซัพพลายเชน ผู้ดำเนินงานของโรงงาน และผู้ดำเนินการบำรุงรักษา จะต้องสร้างสมดุลในการจัดการที่ดีระหว่าง ระดับสินค้าคงคลัง เสถียรภาพในการดำเนินงาน และข้อจำกัดด้านเงินทุนหมุนเวียน เพื่อช่วยในการจัดการระดับคุณภาพต้นทุนและการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ด้านคุณภาพ: ขั้นตอนในการรักษาระดับคุณภาพและประสิทธิภาพต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมตามต้นทุนของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะต้องมีการเข้าใจและสื่อสารข้อมูลที่ตรงกันทั่วทั้งองค์กร ทำให้ทุกทีมมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการและรักษาความพึงพอใจของลูกค้า

ด้านการบำรุงรักษา: แนวทางขององค์กรช่วยเพิ่มความตระหนักในการดูแลอุปกรณ์ที่เหมาะสมและการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ข้อมูลการวิเคราะห์แบบฝัง (Embedded analytics) ช่วยให้การบำรุงรักษาทำงานได้ดีขึ้นเพื่อลดจำนวนความล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น ไปสู่การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ซึ่งรวมถึงส่วนอื่นๆ ของธุรกิจอีกด้วย

ด้านการจัดการซัพพลายเชน: ทีมงานในองค์กรต้องมีความเข้าใจถึงผลกระทบที่มีต่อกันด้วยแนวทางขององค์กร และสร้างความสมดุลที่ดีขึ้นระหว่างต้นทุน เวลาในการรอ เงื่อนไขการชำระเงิน ระดับสินค้าคงคลังในการดำเนินงาน และคุณภาพ ที่จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และลดความต้องการเงินทุนหมุนเวียน

ด้านการดำเนินงาน: การรวมกระบวนการผลิตทั้งหมด การบรรลุคุณภาพ และกระบวนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องได้รับการพัฒนา ปรับปรุง และสื่อสารภายในทีมการผลิตและทั้งองค์กร เพื่อสร้างประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

ดังนั้นการปรับ KPI ในแต่ละแผนกเพื่อเพิ่มประสิทธิผลขององค์กรโดยรวม จะเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องใช้การทำงานเป็นทีมจำนวนมากเพื่อทำการปรับเปลี่ยนที่จำเป็น

แพลตฟอร์มองค์กรที่ยืดหยุ่น ( Flexible Enterprise Platforms)

บ่อยครั้งที่กระบวนการและระบบแบบเดิมที่มีอยู่ไม่สามารถปรับแต่งได้แบบ end-to-end ส่งผลให้การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกภายในองค์กรถูกจำกัด และนำไปสู่ข้อจำกัดทางด้านประสิทธิผลของอุปกรณ์ในการดำเนินงาน เมื่อเวลาผ่านไปองค์กรมีความจำเป็นต้องปรับตัว และอาจพบว่าเทคโนโลยีที่ล้าสมัยนั้นไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ที่สำคัญภายในองค์กรได้ ซึ่งหมายถึงการดำเนินงานอาจไม่ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้า รวมถึงไม่สนับสนุนกลยุทธ์ขององค์กรโดยรวมนั่นเอง

การเปลี่ยนจากการดำเนินงานที่ขาดการเชื่อมโยงนี้ นำไปสู่แนวคิด OEE ใหม่ที่ได้นำแพลตฟอร์มธุรกิจที่ยืดหยุ่นทั้งองค์กรมาใช้ในการดำเนินงานผลิต และเชื่อมต่อทั่วทั้งองค์กร

อุปกรณ์ เครื่องจักร และระบบเทคโนโลยี จำเป็นต้องสื่อสารกันตลอดกระบวนการผลิต นอกจากนี้ยังต้องแบ่งปันข้อมูลที่มีคุณภาพกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนในห่วงโซ่ เช่น ซัพพลายเออร์และลูกค้า เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและชาญฉลาด ในฐานะองค์กรการผลิตที่สามารถปรับตัวได้ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จะใช้ความสามารถในการจัดการทุกพารามิเตอร์ของเครื่องจักรเวลาในการผลิตผลผลิตและแม้แต่ต้นทุนที่วางแผนไว้ทั่วทั้งธุรกิจได้ดีขึ้น

ในสถานการณ์การหยุดชะงักที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งก่อกวนซัพพลายเชนทำให้มีการจัดส่งล่าช้า เราจะเห็นได้ว่าความสามารถในการเข้าถึงและมองเห็นข้อมูลเชิงลึกจะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนหรือการหยุดชะงักในระดับโรงงาน ซึ่งองค์กรการผลิตแบบปรับตัวที่มีการวิเคราะห์แบบฝังช่วยให้ทีมสามารถวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว และช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองได้ดีขึ้น โดยการปรับแผนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของซัพพลายเชน และแม้แต่บุคลากรที่จำเป็นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

ทบทวนแนวทาง OEE ของคุณใหม่

ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีโอกาสในการปรับปรุงแนวทางและการมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์เพื่อการรักษามูลค่าและเพิ่มการเติบโต ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้ จะช่วยให้สามารถวางแผนและปรับปรุงการดำเนินงานผลิตได้อย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ในการอยู่รอดจากการหยุดชะงักและการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและเติบโตในอนาคตได้อย่างทันท่วงที

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนจากแนวทาง OEE แบบดั้งเดิม เพื่อพัฒนาประสิทธิผลขององค์กรโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น สามารถดาวน์โหลด White Paper: Reframing OEE ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ได้ที่ Link อีกทั้งการพิจารณาเปลี่ยนมาใช้ระบบ QAD Adaptive ERP ยังช่วยให้บริษัทต่างๆ ตอบสนองต่อปัญหาการผลิตภายใน และการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างรวดเร็วก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ERP Software ได้ที่ โทร. 02 202 9363 หรืออีเมล์ [email protected]

ผู้เขียน

Acyr Borges เป็นรองประธานฝ่ายบรรจุภัณฑ์ของ QAD เขามีประสบการณ์การทำงานกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ใน บริษัท Serac Inc. และมีส่วนช่วยขยายตัวในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่สำคัญ อีกทั้งความสามารถที่ Henkel Adhesives ซึ่งเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และทำงานในองค์กรการค้าหลายแห่งรวมถึง IDFA และ PMMI

แหล่งที่มา  https://www.qad.com/blog/2020/10/enterprise-effectiveness-challenges-the-measure-to-manage-myth