ซอฟต์แวร์ ERP ในปัจจุบันอยู่ในรูปแบบ Software-as-a-Service ซึ่งมีความสามารถในการเชื่อมต่อและเปลี่ยนแปลงทุกแง่มุมขององค์กร รวมถึงช่วยเพิ่มระดับประสิทธิภาพของธุรกิจให้สามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาดขึ้น เร็วขึ้น และคุ้มค่ามากขึ้น เนื่องจาก ERP มีประโยชน์ในแง่ของการวัดผลต่างๆ ได้มากมาย องค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรมจึงนำ ERP มาใช้เพื่อช่วยปรับปรุงการดำเนินงานและสร้างผลกำไร
ซอฟต์แวร์ ERP คืออะไร?
ERP ย่อมาจาก "Enterprise Resource Planning” หรือการวางแผนทรัพยากรในองค์กร ซึ่งจุดประสงค์ของธุรกิจที่นำซอฟต์แวร์มาใช้ คือ เพื่อวางแผนและดูแลการปฏิบัติงานประจำ เช่น การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain management) การผลิต (Manufacturing) การบริการ (Services) การจัดการโครงการ (Project management) การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer relationship management) การจัดการความเสี่ยง (Risk management) การปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) การบัญชี (Accounting) และการจัดซื้อ (Procurement) โดยซอฟต์แวร์ ERP ช่วยทำให้กิจกรรมทางธุรกิจเป็นไปโดยอัตโนมัติ รวมถึงเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างแผนกต่างๆ เพื่อการสื่อสารที่ดีขึ้นและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงาน โดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ซอฟต์แวร์ ERP ยังสามารถใช้เป็นแอปพลิเคชันส่วนบุคคล (Individual applications) หรือเป็นซอฟต์แวร์แบบกลุ่ม (Complete suite) เพื่อให้มีการเชื่อมต่อข้อมูลและการสื่อสารระหว่างแอปพลิเคชันทั่วทั้งองค์กร อีกทั้งสามารถโฮสต์ผ่านเซิร์ฟเวอร์แบบ On-Premise หรือในระบบคลาวด์ (Cloud)
บริษัทประเภทใดบ้างที่ใช้ ERP
โดยพื้นฐานแล้ว ERP ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้บริษัทต่างๆ ใช้ประโยชน์จากระบบอัตโนมัติและสามารถสื่อสารระหว่างแผนกต่างๆ ในองค์กรได้แบบบูรณาการ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับธุรกิจการผลิตหรืออุตสาหกรรมการผลิต ได้แก่:
อุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive)
อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)
อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)
อุตสาหกรรมไฮเทคและอิเล็กทรอนิกส์ (High Tech & Electronics)
อุตสาหกรรมในกลุ่มวัสดุทางวิศวกรรม ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ ฯลฯ (Industrial Operations)
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ (Packaging)
อุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (Life Sciences) หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ BioPharma, CMOs เป็นต้น
กรณีศึกษา #1: Noble Biomaterials
อุตสาหกรรมแต่ละประเภทมีการใช้งาน ERP ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างในการปฏิบัติงานระหว่างอุตสาหกรรม แต่องค์กรต่างๆ ก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยระบบ ERP ที่ปรับแต่งได้ และหนึ่งในบริษัทดังกล่าวคือ Noble Biomaterials ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 โดยเริ่มต้นจากการเป็นบริษัทผลิตวัสดุอัจฉริยะที่ขายเทคโนโลยีเส้นใยเงินเพื่อต้านจุลชีพจำพวกแบคทีเรียหรือเชื้อรา เช่น ผลิตภัณฑ์ลดกลิ่นในกางเกงออกกำลังกายหรือถุงเท้า ในปัจจุบันบริษัทได้เติบโตขึ้นเป็นผู้จัดหาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์ต้านจุลชีพให้กับกองทัพสหรัฐและองค์กรด้านการดูแลสุขภาพต่างๆ นอกจากนี้สินค้าที่โนเบิลผลิตขึ้นมานั้น สามารถพบได้ในโรงพยาบาล หน่วยเผาไหม้ (Burn unit) กองทหาร และสถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลก
การตัดสินใจค้นหาซอฟต์แวร์ ERP เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทเติบโตอย่างมาก ด้วยแรงจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการเงินและการบัญชี แต่ในที่สุดทีมผู้บริหารและไอทีก็ต้องการแหล่งข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้เพื่อสนับสนุนกระบวนการทั่วทั้งบริษัท เช่น การพยากรณ์และการวางแผนการขาย การวางแผนการบำรุงรักษา การจัดการคุณภาพ และการจัดการสินทรัพย์ถาวร ในรูปแบบของข้อมูล ภาพ กราฟ และตัววัดตามเวลาจริงสำหรับการดำเนินการด้านการผลิตและกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมด รวมถึงความต้องการโซลูชันที่สามารถทำงานร่วมกัน แทนที่การใช้กระดาษแบบแมนนวล
โซลูชัน ERP สำหรับ Noble ถูกนำมาใช้เพื่อให้ครอบคลุมการขายแบบไม่ต่อเนื่อง การขอใบสั่งซื้อวัสดุทางอ้อม สินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets) และการอนุมัติวัสดุที่ส่งคืน (Return Material Authorizations) อีกทั้งยังใช้แอปพลิเคชันใหม่ Rolling Sales Forecast และส่วนขยาย QAD Enterprise Platform เพื่อรวบรวมฟิลด์การจัดประเภทธุรกิจตามเกณฑ์ต่างๆ ขององค์กร ทั้งหมดนี้ทำให้ Noble Biomaterials สามารถมองเห็นคุณประโยชน์มากมาย เช่น:
ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลที่ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมด
การรวบรวมและการรายงานข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุง
ระบบอัตโนมัติของการดำเนินงานในโรงงาน ลดความจำเป็นในการทำงานล่วงเวลาของพนักงานลง
ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
บาร์โค้ดและ Serialization อัตโนมัติเข้ามาแทนที่การทำงานแบบแมนนวล
การแทนที่แอปพลิเคชันบุคคลที่สามเพื่อจัดการการคาดการณ์ยอดขาย
สามารถดำเนินการคำสั่งซื้อจากผู้ใช้ปลายทางด้วยอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย
“ประโยชน์อีกประการหนึ่ง คือ การดึงข้อมูลการผลิตภายในโรงงานผ่านการใช้งาน QAD Production Execution ทำให้สามารถจัดการทุกกระบวนการปฏิบัติงานได้อย่างแม่นยำ และด้วยเหตุนี้ เราจึงมีรายงานข้อมูลตามเวลาจริงในทุกขั้นตอนของการดำเนินการ และลดการติดตามแบบแมนนวลในระบบอื่นด้วย” – Tom Bross ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน
อ่านกรณีศึกษาเพิ่มเติมที่ Noble Biomaterials
กรณีศึกษา #2: Veoneer
Veoneer เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มุ่งเน้นการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อความปลอดภัย ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driving Assistance Systems - ADAS) และการขับขี่แบบร่วมมือและแบบอัตโนมัติ (Automated Driving - AD) ด้วยการออกแบบ รวบรวม และจำหน่ายซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบที่ล้ำสมัยเพื่อความปลอดภัยเชิงรุก การขับขี่อัตโนมัติ การปกป้องผู้โดยสาร และการควบคุมเบรก อย่างไรก็ตาม Veoneer เป็นบริษัทที่แยกตัวออกมาจาก Autoliv แต่หลังจากแยกทางกันในปี 2018 จำเป็นต้องติดตั้งระบบ ERP อย่างรวดเร็วภายใต้อุปสรรคของสาขาและคลังสินค้า 4 แห่งในเขตต่างๆ ให้สามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายที่สุด
นอกเหนือจากความต้องการการใช้งานที่รวดเร็ว Veoneer ยังมองหาความสามารถในการรวบรวมข้อมูลและรักษาความปลอดภัยทั่วทั้งไซต์และในทุกฟังก์ชันแบบเรียลไทม์ พวกเขายังต้องการให้ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่ก่อให้เกิดการหยุดชะงักใดๆ กับลูกค้า อีกทั้งต้องการพันธมิตรด้าน ERP ที่เข้าใจความท้าทายที่ผู้ผลิตยานยนต์เผชิญอยู่ในปัจจุบัน เช่นเดียวกับการหยุดชะงักของอุตสาหกรรมใดๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
Veoneer ตัดสินใจใช้ QAD Adaptive ERP ด้วยสถาปัตยกรรมที่แข็งแกร่งและการเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา การติดตั้งใช้งานระบบที่รวดเร็ว ทำให้ Veoneer ลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้นด้วยการใช้ระบบคลาวด์ (Cloud ERP) ที่ไม่ต้องลงทุนด้านฟังก์ชันการบำรุงรักษาหรือกังวัลเกี่ยวกับการหยุดทำงานที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้เหมือนกับ ERP แบบ On-Premise นอกจากนี้ Cloud ERP ยังสามารถทำการตัดสินใจทางธุรกิจที่รวดเร็วและเป็นเชิงกลยุทธ์มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้พวกเขามีข้อมูลแบบเรียลไทม์และเข้าถึงได้ง่ายรวมอยู่ในระบบเดียว
“ผมไม่เคยเห็น การติดตั้ง ERP ใดที่รวดเร็วเช่นนี้มาก่อน โปรเจ็กต์ดำเนินไปโดยไม่มีข้อผิดพลาด แม้จะก้าวไปอย่างรวดเร็ว เป็นการใช้งานที่ราบรื่นและสั้นที่สุดที่ฉันเคยเห็นมา” – Navin Agarwal หัวหน้าฝ่ายการเงิน
อ่านกรณีศึกษาเพิ่มเติมที่ Veoneer
กรณีศึกษา #3: De Bortoli Wines
ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากว่า 90 ปี ผู้ผลิตไวน์ชาวออสเตรเลีย De Bortoli Wines ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นโรงกลั่นไวน์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ โดยส่งออกไปยัง 75 ประเทศทั่วโลกด้วยการดำเนินงานโรงงานบรรจุขวดในยุโรปและจัดจำหน่ายในสหราชอาณาจักร ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้พยายามที่จะกลายเป็นโรงกลั่นเหล้าองุ่นที่ปราศจากขยะ พวกเขาได้ปรับการจัดการน้ำ ประสิทธิภาพพลังงาน และการจัดการของเสียให้เหมาะสม และตอนนี้กำลังทำงานเพื่อแปลงสวนองุ่น 10 ถึง 15% เป็นการดำเนินงานออร์แกนิกในช่วง 5 ปีข้างหน้า
เนื่องจากขนาดของธุรกิจ De Bortoli มีรูปแบบที่ซับซ้อนทั้งในแนวตั้ง (Vertically) และแนวนอน (Horizontally) ถือได้ว่าเป็นชุดของธุรกิจที่เชื่อมโยงกันหลายธุรกิจ มีธุรกิจที่ปลูกองุ่น ธุรกิจทำไวน์ ธุรกิจขายไวน์ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการควบคุมซัพพลายเชน รักษาความสอดคล้องในทุกแนวดิ่ง และสนับสนุนระดับสูง ที่มีคุณภาพ
De Bortoli Wine ร่วมมือกับ QAD เพื่อวางรูปแบบโซลูชันที่เหมาะสมและเพิ่มประสิทธิภาพแก่บริษัทโดยตรง ซึ่งค้นพบว่าบริษัทได้รับประโยชน์โดยตรงเกี่ยวกับ:
การปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance)
การตรวจสอบย้อนกลับแบบองุ่นต่อแก้ว
การจัดตารางซัพพลายเชน
การใช้ทรัพยากรของผู้ปลูกให้ดีขึ้น
ปรับปรุงการจัดการองุ่นเพื่อคุณภาพที่ดีขึ้น
“การจัดกำหนดการห่วงโซ่อุปทานสำหรับธุรกิจการเกษตรของเรา ช่วยให้เราสามารถมุ่งเน้นไปที่คุณภาพ การปฏิบัติตามข้อกำหนด และการเพิ่มประสิทธิภาพได้พร้อมๆ กัน เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากรของผู้ปลูกของเราโดยให้ช่วงเวลาจัดส่ง 15 นาทีแก่พวกเขาแทนที่จะรอเป็นชั่วโมง นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพของเราเมื่อเรานำข้อมูลเข้าสู่ระบบการผลิตไวน์ของเรา เราสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดทางตั้งแต่ไร่องุ่นทั่วทั้งระบบของเรา ทั่วทั้งโรงงานผลิต ไปจนถึงขวด และคุณภาพของเราก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการที่เราไม่ทิ้งองุ่นไว้บนรถบรรทุก และเราสามารถผสมผสานจนได้คุณภาพที่ผู้บริโภคคาดหวัง” – บิล โรเบิร์ตสัน ซีไอโอ
อ่านกรณีศึกษาเพิ่มเติมที่ De Bortoli Wines
โซลูชัน QAD สำหรับบริษัทที่ใช้ ERP
จากตัวอย่างกรณีศึกษานี้เป็นเพียง 3 บริษัทจากหลายๆ แห่งที่ใช้ระบบ ERP แล้วเกิดประโยชน์กับทั่วทั้งองค์กร ทั้งการเข้าถึงข้อมูลทั่วทั้งองค์กรแบบเรียลไทม์ การเชื่อมต่อการดำเนินงาน การติดตามสถานะของสินค้าคงคลัง รวมไปถึงการมองเห็นตัวชี้วัดได้อย่างแม่นยำ โดยหากต้องการอ่านกรณีศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำเร็จของการวางแผนทรัพยากรในองค์กรของ QAD และลูกค้าของเรา สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ บทความของ QAD
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่โซลูชันของ QAD สามารถช่วยจัดการธุรกิจของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02 202 9363 หรืออีเมล์ [email protected]
ผู้เขียน
Kristin Poulton เป็นสมาชิกทีมการตลาดของ QAD มีหน้าที่รับผิดชอบในกรณีศึกษาของลูกค้าที่ QAD ให้การดูแลอยู่ รวมไปถึงดูแลเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียและ คอนเทนต์ต่างๆ ในเว็บไซต์
แหล่งที่มา https://www.qad.com/blog/2021/09/companies-using-erp-case-studies