Six Manufacturing Trends for 2021

6 แนวโน้มสำคัญสำหรับธุรกิจการผลิตในปี 2564

เมื่อปีที่ผ่านมาเราทุกคนต่างเผชิญกับวิกฤตและการเปลี่ยนแปลงมากมาย ซึ่งส่งผลต่อทุกแง่มุมของผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกแห่งอุตสาหกรรมการผลิตที่มีเทรนด์ใหม่ๆเข้ามามากมายและคาดว่าในปี 2564 ก็ยังคงดำเนินต่อไป หลักๆ ประกอบด้วยแนวโน้ม 6 ประการ

1. การทำงานระยะไกลสำหรับกระบวนการผลิต ( Remote working or Work from Home)

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการผลิตในปี 2564 ก็คือผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ต้องปรับตัวในลักษณะของการทำงานจากระยะไกลหรือ Work from home เป็นสิ่งใหม่ที่เข้ามามีบทบาทต่อวิถีการทำงานในภาคเอกชน ในทางกลับกันวิถีใหม่นี้ก็ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและพฤติกรรมที่เราอาจจะยังคงเห็นภายหลังจากการระบาดใหญ่สิ้นสุดลง โดยจากมุมมองขององค์กรจะเปลี่ยนไป ทั้งด้านการเดินทาง การพบปะลูกค้าที่ถูกจำกัดมากขึ้น และเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์เพื่อเพิ่มมูลค่าด้วยวิธีการอื่นๆ นอกจากนี้การหยุดชะงักที่เกิดจากการแพร่ระบาดทำให้กลยุทธ์ธุรกิจเปลี่ยนไป นั่นก็คือการทำงานจากที่บ้าน บางองค์อาจไม่มีปัญหานัก แต่ก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับบางองค์กรที่ต้องเปลี่ยนวิธีการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานในสายการผลิต ที่ส่วนใหญ่ต้องทำงานที่ไซด์งานเป็นหลัก อย่างไรก็ดีการหยุดชะงักที่เกิดจากการแพร่ระบาดทำให้รูปแบบธุรกิจการผลิตต้องคำนึงถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อขับเคลื่อน และส่งเสริมให้องค์กรสามารถทำงานจากที่บ้านได้โดยไม่ติดขัด และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว

2. ความมีเสถียรภาพ ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการแทรกแซง

แนวโน้มใหญ่ประการที่สองคือ ความมีเสถียรภาพหรือความยั่งยืนที่ส่งผลต่อการดำเนินงานธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยมลพิษในภาคอุตสาหกรรม การลดการเดินทางที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อการทำงานถูกเปลี่ยนไป เป็นแบบ WFH ก็จะช่วยสนับสนุนความยั่งยืนนี้ได้ แต่ในทางตรงกันข้ามพบว่าในช่วงที่มีการระบาดของโรค การใช้พลาสติกหรือสิ่งของที่ไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องมาจากความปลอดภัยของการนำกลับมาใช้และการระบาด เช่น ถุงพลาสติก หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง ที่ก่อให้เกิดขยะและมลพิษ อย่างไรก็ตามก็มีผู้ผลิตหลายรายที่คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้และหันมาผลิตสินค้าที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี

3. การปรับปรุงผลตอบแทนจากการลงทุน (Returns on investment - ROI)

เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้บริษัทหลายแห่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและมองหาตัวช่วยที่จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานระยะสั้น โดยการเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี ที่สามารถนำมาปรับใช้ในการลงทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในช่วงเวลาที่สั้นลงและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

4. ความท้าทายทางการค้าทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อการผลิต

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาเมื่อปี 2563 ผู้ผลิตทั่วโลกได้เผชิญกับความท้าทายทางการค้าระดับโลกที่ยังคงจะต้องรับมือในปี 2564 มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ในสหราชอาณาจักรเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการออกจากสหภาพยุโรปในช่วงปลายปี หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการค้ากับประเทศจีน ซึ่งหากสถานการณ์เหล่านี้ดีขึ้นอาจจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการผลิตในบริษัทในตลาดจีน

5. เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมามีปัจจัยการแทรกแซงหรือการหยุดชะงักจำนวนมากที่เกิดขึ้น รวมถึงบริษัทต่างๆ ก็หาวิธีการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำให้การใช้พลาสติกลดลงอย่างเห็นได้ชัด และส่งผลกระทบต่อการหยุดชะงักในอุตสาหกรรมพลาสติก บรรจุภัณฑ์ รวมทั้งความต้องการในสิ่งของบางอย่างที่เพิ่มมากขึ้น เช่นหน้ากากอนามัย ในช่วงของการระบาดใหญ่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้องค์กรได้รับผลกระทบเช่นในอดีต จึงจำเป็นต้องเตรียมแผนสำรองฉุกเฉินเพื่อรองรับความเสี่ยงสำหรับการหยุดชะงักครั้งต่อไป เช่น การลงทุนระยะสั้นเพื่อผลตอบแทนที่มากกว่า การทำงานในรูปแบบของ WFH เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและลดต้นทุนการดำเนินงาน การเตรียมความพร้อมเหล่านี้จะเพิ่มความยืดหยุ่นต่อการหยุดชะงักและความคล่องตัวในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง

6. การเพิ่มขึ้นของการวิเคราะห์ทางข้อมูล ด้วยการใช้เทคโนโลยี

ด้วยแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อธุรกิจที่เนื่องมาจากการหยุดชะงัก การวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีและแม่นยำจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่บริษัทต้องการ เพื่อความสามารถในการใช้คาดการณ์ ตอบสนอง และเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจอย่างทันท่วงที ซึ่งโซลูชันซอฟต์แวร์จะต้องสามารถรองรับข้อมูลทั้งหมดขององค์กรและเข้าใจถึงเหตุและผล รวมถึงเมื่อนำมาประมวลผล วิเคราะห์วางแผนสถานการณ์ เพื่อช่วยปรับปรุงระบบธุรกิจ ตั้งแต่การวางแผนระยะยาว ระยะกลาง และระยะสั้น การทบทวนสถานการณ์จากการหยุดชะงักของซัพพลายเชน ไปจนถึงการปรับขั้นตอนการดำเนินงานในระบบธุรกิจ ให้มีประสิทิภาพ พร้อมๆไปกับการลดต้นทุน ดังนั้นการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ จึงจำเป็นสำหรับธุรกิจมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิต ซึ่ง ERP Software เป็นหัวใจหลักในการทำงาน และ คาดการณ์สถานการณ์ในองค์กรให้ผู้บริหารพร้อมสำหรับการตัดสินใจ หรือให้พนักงานทุกส่วนพร้อมในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ERP ที่ดี จะต้อง พร้อม รวดเร็วในการปรับเปลี่ยน และมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่ว่า ERP ทุกตัวจะสามารถรองรับอุตสาหกรรมผลิตได้ เพราะระบบการผลิต มีฟังก์ชั่นและส่วนงานที่แตกต่างไปจากธุรกิจทั่วๆ ไป

มาดูกันว่าองค์กรของคุณ มีความสามารถในการปรับตัวได้มากน้อยแค่ไหน เราขอเสนอแบบวิเคราะห์องค์กร Adaptive Manufacturing Enterprise Maturity Model Diagnostic ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์องค์กรเพื่อให้ผู้ผลิตลองประเมินองค์กรได้ฟรี  www.qad.com/adaptive-manufacturing-enterprise/diagnostic เพื่อที่จะได้ทราบว่า จุดแข็งและจุดอ่อนในธุรกิจของตัวเองเป็นอย่างไร และวิธีการเพิ่มขีดความสามารถในการเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต้องทำอย่างไรเพื่อให้มีประสิทธิภาพ

ดังนั้นการเลือก ERP ให้เข้ามาเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรมผลิต หรือธุรกิตการผลิต จำเป็นต้องเลือกผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และ มีแอปพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์กระบวนการผลิตได้ครอบคลุมจริงๆทั้งซัพพลายเชน ซึ่ง QAD เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ ERP ที่ดีที่สุด และโฟกัสที่โรงงานอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมผลิตขนาดใหญ่โดยเฉพาะ เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการใช้งาน จึงไม่แปลกที่ QAD จะเป็นผู้นำเหนือคู่แข่งในด้าน ERP สำหรับธุรกิจการผลิตจริงๆ

ผู้เขียน

Robin Riordan (Consulting and Transformation Services) นำทีมให้คำปรึกษาของ QAD เพื่อส่งมอบโซลูชั่น QAD ที่รวดเร็วว่องไวและมีประสิทธิภาพให้กับลูกค้า ซึ่งประสบการณ์กว่า 35 ปีในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจการรวมระบบและการให้คำปรึกษาด้านการผลิตและการบริการระดับมืออาชีพ

แหล่งที่มา  https://industrytoday.com/six-manufacturing-trends-for-2021/

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ERP Software ได้ที่ โทร. 02 202 9363 หรืออีเมล์ [email protected]