เมื่อไม่นานมานี้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical device) ได้เผชิญกับการหยุดชะงักที่เกิดจาก เทคโนโลยีใหม่ๆ และการพัฒนาเพื่อตอบสนองผู้ป่วยเป็นหลักมากขึ้น โรงพยาบาลมีการผลักดันค่าใช้จ่ายการเรียกคืนมากขึ้น และปัญหาจากซัพพลายเชนเนื่องจากการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ส่งผลให้การจัดส่งอุปกรณ์ต่างๆ ถูกแทรกแซงและลดความน่าเชื่อถือลง ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายรายจึงกำลังมองหาวิธีแก้ไขปัญหาด้านการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงและการได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงัก
เราจะเห็นได้ว่า มีโอกาสมากมายที่จะทำให้การดำเนินงานเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการเรื่องแรงงาน อุปกรณ์การผลิต และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อทำให้โครงสร้างพื้นฐานในองค์กรมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ด้วยซอฟต์แวร์ Adaptive ERP ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมอุปกรณ์นี้ จะสามารถช่วยพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อให้บริษัทสามารถเข้าถึงทุกการทำงานได้มากขึ้น
ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่บริษัทจะประเมินองค์กรของคุณอีกครั้ง และนี่คือ 3 สิ่งสำคัญที่องค์กรสามารถพัฒนา และการจัดการปรับปรุงประสิทธิภาพมากขึ้นได้
การจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ ( Efficient Inventory Management)
ตัวอย่างหนึ่งของ ศูนย์การแพทย์ซานตาคลารา (Santa Clara Medical Center) รายงานว่า มีรายการทางการแพทย์ 383 รายการหายไประหว่างปีพ.ศ. 2553 ถึง 2557 รวมถึงตู้อบ เครื่องตรวจหัวใจ และเครื่องแมมโมแกรม ซึ่งภายหลังการสอบสวนสรุปได้ว่าอุปกรณ์ที่สูญหายเนื่องจากระบบตรวจสอบสินค้าคงคลังที่ไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ
สินค้าคงคลังของอุปกรณ์ทางการแพทย์ในสถานที่ต่างๆ ถือเป็นเป้าหมายหลักในการปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยการมีซัพพลายเชนที่เชื่อมต่อ (Connected supply chain) ที่ดีจะช่วยแก้ไขปัญหาทั้งการจัดการสินค้าคงคลังที่ไม่มีประสิทธิภาพ และการหมุนเวียนกระแสเงินสดได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ Enterprise Resource Planning (ERP) บนคลาวด์จะช่วยให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์และซัพพลายเออร์ ลดโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักอย่างไร้ประสิทธิภาพทั้งในคลังสินค้าและในภาคสนาม ERP ที่ปรับเปลี่ยนได้ จะช่วยให้คุณปรับแต่งความแม่นยำของสินค้าคงคลัง รวมถึงสามารถเคลื่อนย้ายวัสดุเข้าและออกจากกระบวนการผลิตของคุณ เพื่อปรับปรุงการจัดการสินค้าคงคลังในสถานที่และนอกสถานที่ เมื่อคุณมีการติดตามอย่างเต็มรูปแบบในห่วงโซ่อุปทาน คุณก็จะสามารถเชื่อมต่อกับพันธมิตรซัพพลายเชนได้ทั่วโลก และซิงค์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังสามารถประสานงานการส่งมอบและการจัดการ การกระจายสินค้าได้ดีขึ้น เพื่อประสิทธิภาพของสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น
การจัดการห่วงโซ่อุปทานในองค์กรอาจไม่ใช่แค่การแบ่งปันข้อมูลกับซัพพลายเออร์เท่านั้น สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ การคาดการณ์ที่ชาญฉลาด ด้วยพลังและความสามารถของเทคโนโลยีอย่าง Machine Learning ซึ่งจะช่วยให้สามารถดำเนินกระบวนการได้โดยอัตโนมัติและทำการตัดสินใจที่รวดเร็วและชาญฉลาดยิ่งขึ้นผ่านข้อมูลในองค์กร
อย่างไรก็ตามแรงกดดันทางการเมืองและปัญหาทางการค้าอาจทำให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่นำเข้าหรือออกจากสถานที่ผลิตเกิดความล่าช้า อีกทั้งการระบาดใหญ่ของ COVID-19 เน้นให้เห็นถึงศักยภาพความเป็นอยู่ในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดสูง เช่นเครื่องช่วยหายใจที่ถือเป็นสินค้าที่มีความสำคัญ ส่งผลให้อุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์จึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าโครงสร้างพื้นฐานของพวกเขาปรับตัวได้เพียงพอที่จะป้องกันความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน
ระบบอัตโนมัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Automation Improves Operational Efficiency)
บริษัทอุปกรณ์ทางการแพทย์ของคุณสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วจนการดำเนินการผลิตของคุณตามไม่ทันหรือไม่?
กระบวนการทางอุตสาหกรรมจำนวนมากยังคงดำเนินการแบบแมนนวลหรือแยกจากระบบที่ไม่มีการเชื่อมต่อ ซึ่งสำหรับการเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืนในอุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์รวมถึงการนำเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลมาใช้ นอกจากนี้เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถผสานรวมการวางแผนการจัดตารางเวลา คุณภาพการจัดการ ต้นทุน การควบคุมวัสดุและการควบคุม Shop floor อีกทั้งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอได้
เครื่องจักรอัตโนมัติ กระบวนการที่ทำซ้ำๆ สามารถเริ่มต้นการดำเนินการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยระบบเครือข่ายอัจฉริยะรวมถึง Internet of Things (IoT) ปัญญาประดิษฐ์ Machine Learning, Augmented reality หรือแม้แต่หุ่นยนต์ (Robotics) อย่างไรก็ดีหากบริษัทดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิผลการใช้กำลังการผลิตโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมในโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงต้นทุนของผลิตภัณฑ์ก็จะไม่เพิ่มขึ้น
กระบวนการอัตโนมัตินำไปสู่การมองเห็นและเข้าถึงข้อมูลสินค้าคงคลังอย่างสมบูรณ์ และความแม่นยำที่มากขึ้นจะช่วยลดการล้นสต๊อกและทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุทั้งหมดจะถูกนำออกจากชั้นวางของโรงพยาบาล ตามที่นักวิเคราะห์หลายรายกล่าวว่าการลดสินค้าคงคลัง 20-30 เปอร์เซ็นต์ สามารถทำได้ด้วยการปรับปรุงการจัดการวัตถุดิบชิ้นส่วน WIP และสินค้าสำเร็จรูป
การควบคุมที่มากขึ้นยังสามารถปรับปรุงการจัดการคุณภาพ (Quality management) รวมไปถึงวงจรการผลิตสามารถเพิ่มความคล่องตัวและสามารถตรวจสอบคุณภาพได้ตลอดกระบวนการผลิต แม้แต่อัตราของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตก็สามารถลดลงได้เช่นกัน
การควบรวมและการซื้อกิจการ ( Mergers and Acquisitions)
การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถตอบสนองความต้องการที่เติบโตอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์และในการผลิตตามสัญญา (Contract manufacturing) อย่างไรก็ตามการซื้อกิจการการขายกิจการและการปรับโครงสร้างอาจทำให้บริษัทเกิดการหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรวมบริษัทต่างๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ต้องเผชิญกับกฎระเบียบและข้อบังคับใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนปัญหาเกี่ยวกับ GAAP ภาษีและการตรวจสอบ ความพยายามที่จะปฏิบัติตามสามารถลดประสิทธิภาพและสร้างแรงกดดันต่อบริการที่ใช้ร่วมกันได้ จากข้อมูลของ Deloitte บริษัทระดับโลกส่วนใหญ่สามารถประหยัดผลผลิตได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์สำหรับบริการที่ใช้ร่วมกันในระหว่างการควบรวมกิจการซึ่งจะไปถึงผลกำไร แต่ 52 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ต้องปรับใช้บริการที่ใช้ร่วมกันระบุว่าพวกเขาแย่ลงและไม่พร้อมสำหรับการดำเนินการกระบวนการแบบ end-to-end ในทางกลับกันหากองค์กรมีสภาพแวดล้อมแบบ ERP ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ก็จะช่วยในเรื่องประสิทธิภาพแบบ end-to-end อย่างมีประสิทธิภาพ
การควบรวมกิจการมักจะสามารถแก้ไขปัญหาด้านเทคโนโลยีและกฎระเบียบได้ แต่การรวมบริษัทสองแห่งมักก่อให้เกิดความท้าทายต่อประสิทธิภาพ ซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ช่วยให้คุณปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและผสานบริการที่ใช้ร่วมกันเช่นการเงินและการจัดซื้อได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลและการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์เปิดใช้งานข้อมูลที่แชร์กันทั่วทั้งองค์กรใหม่และช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วต่อไป
ประสิทธิภาพและความแม่นยำ: ทบทวนความสามารถขององค์กร
ทุกธุรกิจมีความประสิทธิภาพมากน้อยแตกต่างกัน แต่ยิ่งคุณสามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับกระบวนการผลิตของคุณได้มากเท่าไหร่องค์กรของคุณก็จะมีกำไรมากขึ้นเท่านั้น
ซอฟต์แวร์ ERP ที่ใช้สำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับอุปกรณ์การแพทย์ที่มีอยู่ สามารถปรับปรุงการตอบสนองขององค์กรต่อการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันหรือการหยุดชะงักของระบบได้เร็วขึ้นหรือไม่ รวมถึงช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจด้วยการนำข้อมูลที่ถูกต้องมาใช้มากขึ้น การเตรียมรากฐานต่างๆ ในตอนนี้สามารถปูทางไปสู่การเติบโตอย่างรวดเร็วตามกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อเอาชนะในอุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีการแข่งขันสูง
QAD ได้พัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์องค์กร เพื่อช่วยระบุจุดแข็ง จุดอ่อน และความสามารถในการปรับตัวขององค์กร โดยใช้คำถามสั้นๆ ให้คุณลองประเมินองค์กรดู คุณจะได้รับรายงานทันทีผ่านอีเมล์ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สามารถลองทำได้ฟรีเพื่อช่วยกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจของคุณต่อไปได้ในยุค Digital Transformation คุณสามารถทดลองวิเคราะห์ประสิทธิภาพขององค์กรว่ามีความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน ได้ที่ AME Diagnostic นอกจากนี้หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ERP Software สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ โทร. 02 202 9363 หรืออีเมล์ [email protected]
ผู้เขียน
Bart Reitter มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ระดับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์ (Life Sciences) อย่างลึกซึ้ง
แหล่งที่มา https://www.qad.com/blog/2020/11/the-remedy-for-disruption-in-the-medical-device-industry